23-08-2011
พุทธวิธีเสริมสุขภาพ
เป็นธรรมดาว่ากายกับใจนั้นเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน พอกายเจ็บป่วยไม่สบาย คนทั่วไปก็มักจะพาลจิตใจไม่สบาย
เศร้าหมอง กระวนกระวาย กระสับกระส่ายไปด้วย และในทำนองเดียวกัน เมื่อจิตใจไม่สบายก็พลอยให้กาย
ไม่สบายไปด้วย เริ่มต้นตั้งแต่รับประทานอาหารไม่ได้ ร่างกายเศร้าหมอง ผิวพรรณซูบซีด เป็นสิ่งที่เนื่องอาศัยกัน
ในทางตรงกันข้าม คือในทางที่ดี ถ้าจิตใจดี สบาย บางทีกลับมาช่วยกาย เช่นในยามเจ็บป่วยถ้าจิตใจสบาย มีกำลังใจ
หรือจิตใจผ่องใสเบิกบาน โรคที่เป็นมาก ก็กลายเป็นน้อย หรือที่จะหายยากก็หายง่ายขึ้น ยิ่งถ้าหากว่ากำลังใจที่ดีนั้นมีมาก
ถึงระดับหนึ่ง ก็ไม่เพียงแต่ให้โรคบรรเทาเท่านั้น แต่อาจจะช่วยรักษาโรคไปด้วยเลย ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าจะทำใจของเรา
หรือรักษาใจของเราได้มากแค่ไหน
พระพุทธเจ้าและพระมหาสาวกนั้น ท่านมีจิตใจที่พัฒนาให้ดีงามเต็มที่ มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แล้ว เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ
ก็จึงเรียกเอาด้านจิตมาช่วยด้านกายได้เต็มที่ ถ้าไม่เหลือวิสัยของเหตุปัจจัย ก็เอาของที่ดีในใจมารักษากาย ที่เป็นโรคให้หายได้
ท่านผู้ใดก็ตามที่มีสุขภาพจิตที่ดีแล้ว แม้จะไม่ถึงขั้นหมดกิเลสโดยสิ้นเชิงก็นับว่าเป็นผู้มีความสุขมาก ถ้าเป็นผู้ป่วยไข้ก็เรียกว่า
มีสภาพจิตที่เหมือนกับไม่ได้ป่วย อย่างที่เรียกว่า กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย
ดังที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนท่านผู้สูงอายุ ท่านผู้เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะในวัยชราว่า ถึงแม้กายของเราจะป่วย แต่ใจของเรา
จะไม่ป่วยด้วย
โพชฌงค์ พุทธวิธีเสริมสุขภาพ ( พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยุตฺโต)
น้องแพรเข้าไดตัวเองไม่ได้เลยค่ะ
ยังไงถ้ายังจำกันได้ น้องแพรรบกวน
พี่เกียแอดเฟซน้องแพรหน่อยนะคะ
Satin Worldz ค่ะ ((:
คิดถึงและเป็นห่วงนะคะพี่เกีย ♥